วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ชะตากรรม

สวัสดีค่ะ  ท่านผู้อ่านทุกท่าน  หวังว่าทุกท่านคงสบายดีนะคะ  ท่านที่อยู่ในเมืองไทยก็คงจะคลายเครียดคลายทุกข์ เกี่ยวกับปัญหาภัยพิบัติกันไปบ้างแล้ว ตามเหตุตามปัจจัย  ฉันก็ขอเอาใจช่วย ขอให้บ้านเมืองไทยของเรา จงผ่านพ้นวิกฤตการณ์ภัยพิบัติทั้งหลายไปด้วยดีเถิด  ฉันอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์แดนไกลแต่ก็เหมือนใกล้น่ะ  เพราะเหตุว่าโลกปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีทันสมัยมาก  การติดต่อสื่อสารรวดเร็วทันใจ โลกอินเตอร์เน็ตโลกออนไลน์ ใคร ๆ ก็รู้จักดีมีทั้งคุณและโทษ  บุคคลบางกลุ่มใช้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น บางคนก็ใช้เป็นสนามรบหรือใช้เป็นสถานที่อะไรก็ได้แล้วแต่กิเลสจะนำไป ๆ  ถึงแม้ว่าโลกจะเจริญมากมายเพียงใด  แต่เราก็ไม่สามารถที่จะหนีพ้น กฏแห่งธรรมชาติและกฏแห่งกรรมไปได้เลย  เราจะต้องประสบกับความไม่เที่ยง  ความทุกข์  และไม่สามารถที่จะได้ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ปรารถนาดังใจ....พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่า "สัพเพธัมมา อนัตตา" แปลว่า สรรพสิ่งทั้งหลายไม่ใช่ตัวตน สัตว์ บุคคล ไม่ใช่เรา ไม่อยู่ใต้บังคับบัญชาของใคร....ทุกคนมีกรรมเป็นของ ๆ ตน สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม....

สำหรับบทความวันนี้ ฉันก็จะขอนำเรื่องเกี่ยวกับกรรมและผลของกรรม (วิบากกรรม) ของผู้หญิงคนหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง  เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ....ท่านที่ยังไม่ได้เริ่มสะสมเสบียงไว้ติดตัวในภายหน้า  เกิดมีเหตุปัจจัยพร้อมแล้ว  ที่อกุศลวิบากกรรมมาตัดรอนอย่างกระทันหัน  ต้องเดินทางด่วนสายเดี่ยวคนเดียว จะทำอย่างไรหนอ !!....ตอนนี้ก็ยังท่องเที่ยงเพลิดเพลินยินดีพอใจ ติดข้องต้องการอยู่ในรูป เสียง กลิ่น รส  สัมผัสเย็น ร้อน อ่อน แข็ง ไหว ติง และก็ความนึกคิดกุศลบ้าง อกุศลบ้างผ่านไปวัน ๆ ไม่รู้จักพอ......ชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งในต่างแดนที่ฉันจะเล่านี้  ก็เป็นชีวิตที่เป็นไปในกามคุณเหมือนเราท่านทั้งหลายเช่่นกัน  เพราะเหตุว่าเรายังอยู่ในกามภูมิกันอยู่  ยังเป็นปุถุชนกันอยู่นั่นเอง

ฉันได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่ง  เธอชื่อ "นิ่ม" (นามสมมติ) รู้จักมาได้เกือบ ๒๐ ปีแล้ว  ตอนนั้นเธอเพิ่งมาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ และได้แต่งงานกับชาวสวิสได้ปีเศษ ๆ   เธอเป็นคนหน้าตาดีมีหุ่นสวย ชอบแต่งตัวหวือหวาท้าทายกิเลสพวกหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งหลาย  เธอจะพอใจและสุขใจมาก  ถ้ามีคนมาหลงรัก  อาชีพประเดิมเริ่มแรกหลังจากที่ได้สิทธิ์ในการทำงานแล้ว ก็คืองานในโรงงานแห่งหนึ่ง นับว่าโชคดีมากทีเดียวเพราะว่าการที่จะได้เป็นสาวโรงงานในเมืองนอก  ก็ใช่ว่าจะเป็นกันได้ง่าย ๆ

ต่อมาไม่นานนักโชคชะตากรรมได้เปลี่ยนชีวิตของนิ่ม  จากหน้ามือเป็นหลังเท้าอย่างไม่น่าเชื่อ  แต่ก็ต้องเชื่อ  เพราะว่าเรื่องกรรมเป็นเรื่องที่ยุติธรรมมากทีเดียว  กรรมใดที่ได้กระทำไว้แล้วย่อมมีผล และผลของกรรมก็ไม่ต่างไปจากกรรมนั้น ไม่มีใครต่อรองผลของกรรมได้เลย  เราไม่ทราบว่าผลของกรรมจะส่งผลเมื่อไร เป็นกุศลวิบากกรรมหรืออกุศลวิบากกรรม ก็ไม่อาจทราบได้ล่วงหน้า  ผู้ที่จะอยู่เหนือกรรมได้ก็จะต้องเป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติอบรมเจริญปัญญา จนสำเร็จบรรลุขั้นพระอรหันตผลนั่นแหละ จึงจะหนีวิบากกรรมของตนได้....สาวนิ่มผู้นี้หารู้ไม่ว่า สามีของตนได้แอบมีผู้หญิงอื่น เช่นเดียวกับเธอที่ชอบแอบมีคนรัก  จนในที่สุดชีวิตคู่ก็ต้องจบลง ด้วยการหย่าขาดจากกันโดยสิ้นเชิง....ดวงชะตานี่ช่างไม่สงสารเธอบ้างเลย  ยังไม่ทันเผลอเลยโดนซ้ำอีกรอบ......หลังจากที่ต้องเป็นหม่ายอยู่โดดเดี่ยวคนเดียวไม่นานนัก  เธอก็ได้ถูกทางโรงงานให้ลาออกจากงาน  เพราะเหตุว่าช่วงนั้นบริษัทกำลังจะเจ๊ง เขาจึงมีการลดปริมาณคนทำงานลง....ดวงของสาวนิ่มนี่ก็แปลกแต่จริง บางครั้งดูเหมือนว่าจะแย่มาก ๆ  แต่ก็ยังมีโชคเข้าข้างเหมือนกันน่ะ  คงจะเป็นเพราะชนกกรรมคอยตามช่วยเธอเสมอ จึงไม่ถึงกับแย่ยับอับโชค  เธอได้ไปสมัครทำงานใหม่ ที่ร้านอาหารไทยชื่อดังแห่งหนึ่ง  อยู่ใกล้ ๆ เมืองที่เธออาศัยอยู่  เจ้าของร้านอาหารเห็นว่าเป็นคนหน้าตาดี และมีมรรยาทดีด้วย  จึงได้รับไว้ทำงานเป็นพนักงานเสริฟและรับออร์เดอร์  เธอขยันทำงานและรับผิดชอบดีมาก จนเจ้าของร้านไว้วางใจ  ทำงานได้ไม่นานนัก  เจ้าของร้านได้แต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการฝ่ายบริการทั้งหมด......

ตอนนี้เป็นช่วงที่สาวนิ่มกำลังรุ่งเรืองอีกครั้ง  เพราะมีรายได้ดีพอสมควร  เธอมีเพื่อนมากมายทั้งหญิงชาย ทั้งไทยและฝรั่ง  เพราะว่าเธอเป็นคนใจกว้างไม่มีขอบเขต  มีนิสัยชอบเลี้ยงไม่อั้น ใคร ๆ ก็รู้จัก "นิ่ม" นอกจากนั้นยังใจบุญ ชอบทำบุญไม่อ้ัน  เธอชอบสวดมนต์ฟังธรรม มีความเชื่อในเรื่่องเร้นลับมาก จนบางครั้งดูเหมือนว่างมงายและเพ้อเจ้อ.....ชีวิตของเธอในช่วงที่ทำงานร้านอาหารไทยนี้  ดูเหมือนว่าจะรุ่งเรืองดี  จนลืมคิดว่าสักวันหนึ่ง  ดวงอาจจะรุ่งริ่งก็ได้  เธอใช้ชีวิตแบบประมาทมาก  หลังจากเลิกงานแล้ว  ก็มักจะไปเที่ยวนั่งดื่มที่ร้านอาหารไทยขาประจำแห่งหนึ่ง  ซึ่งเป็นแหล่งที่มีคนไทยชอบมาชุมนุมกันเสมอ ๆ   แทนที่เธอจะกลับบ้านพักผ่อน เพื่อที่จะได้ถนอมเรี่ยวแรงไว้ทำงานในวันต่อไป  เธอก็จะออกเที่ยวต่อจนเป็นนิสัย.....และแล้ววันหนึ่งเวลาดึกประมาณตี ๒  เธอตั้งใจจะพบปะเพื่อนฝูงนักดื่มด้วยกันที่ร้านไทยแห่งนี้  ขณะที่เปิดประตูจะเข้าไปในร้าน.....ทันใดนั้นก็ได้มีขวดเบียร์เปล่าขวดหนึ่งได้ลอยดิ่งตรงมากระทบที่หน้าท้องน้อยของเธออย่างแรง โดยที่ตั้งตัวไม่ติด ทำให้เธอต้องโดนลูกหลง เจ็บปวดอย่างสาหัส  ถึงกับต้องให้คนช่วยเรียกรถฉุกเฉินของโรงพยาบาล  มารับตัวส่งโรงพยาบาลด่วน....เห็นไหมค่ะ ว่า "วิบากกรรม"  มีความวิจิตรมากขนาดไหน  ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเลยว่า วิบากกรรมจะส่งผลลักษณะใด เมื่อไหร่ เวลาไหน....ในที่สุดสาวนิ่มก็ซวยเพราะว่าคืนนั้นพวกหนุ่มไทยที่อยู่ในร้าน เขาเมาแล้วก็มีเรื่องทะเลาะกัน  กำลังดุเดือดถึงกับขว้างปาขวดใส่กัน สาวนิ่มก็ไปจังหวะพอดีได้ที่  ก็เลยเพียบไประยะหนึ่ง

เหตุการณ์นี้ผ่านไปได้ปีกว่า ๆ  ผลของกรรมยังไม่หมดเพียงแค่นั้น  ยังมีอีกจ๊ะ....สาวนิ่มตอนนั้นอายุประมาณ ๔๐ ปีเศษ ๆ  เธอเริ่มมีอาการปวดท้องน้อยบ่อย ๆ ผิดปรกติ เป็น ๆ หาย ๆ  ได้รับความทุกข์ทรมานมาก และไม่สามารถทำงานได้ตามปรกติ  เธอได้ไปตรวจเช็ค  แต่ก็ไม่พบว่ามีอะไรผิดปรกติ  ปวดท้องเป็นเวลาถึง ๖ เดือน จึงได้ตรวจพบว่าสาเหตุเกิดจากเยื้อที่ผนังมดลูกติดกับผนังท้องน้อยอักเสบ ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุ ที่โดนขวดกระทบที่ท้องอย่างแรง  เป็นเหตุให้มดลูกและผิวหนังของท้องน้อยติดกัน และชอกช้ำมากจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง  ถึงกับต้องผ่าตัดโดยเร็ว เพราะอาจจะกลายเป็นเนื้อร้ายได้ในภายหลัง.....อกุศลวิบากกรรมได้ที  ก็เลยตามเล่นงานเธอแบบชนิด ไม่ยอมทิ้งช่วงว่างเลย  หลังจากได้รับการผ่าตัดแล้ว  ร่างกายไม่แข็งแรงดีเหมือนเดิม  เจ้าของร้านอาหารก็เลยหาวิธี กลั่นแกล้งใส่ร้ายให้เธอมีความผิดอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ผิดไปหมด  ในที่สุดสาวนิ่มก็ดวงจู๋อีกครั้ง  คราวนี้หนักมากถึงกับคิดจะลาโลก  แต่ฉันได้ห้ามเธอไว้ ได้บอกและเตือนเธอว่า "อย่าคิดเช่นนั้น  เพราะแค่คิดก็ขาดทุนแล้ว มันเป็นการสะสมอกุศลจิต ไหน ๆ เคยเจออุปสรรคมามากมายแล้ว ก็ยังทนและผ่านมาได้จนถึงวันนี้ ไม่ต้องฆ่าก็ต้องตายอยู่แล้ว จะทำร้ายตัวเองทำไม น่าจะอยู่ดูชีวิตของตัวเองต่อไป แล้วก็หมั่นทำความดีไว้ให้มาก"  เธอก็เงียบฟังด้วยดี  แต่ก็อดที่จะเถียงและทวงผลบุญไม่ได้  เธอบอกว่าตนเองก็เป็นคนดี  มีแต่ให้ มีแต่ช่วยคนอื่นให้มีความสุข บุญทานก็ทำเป็นประจำ สวดมนต์ฟังเทศน์ฟังธรรมอยู่เสมอ  ไม่เห็นได้รับผลที่เป็นความสุขบ้างเลย มีแต่ซวย ๆ จวนจะหมดตัวแล้ว  ฉันก็ได้แต่พยายามอธิบายเกี่ยวกับเรื่องกรรม เพื่อที่จะให้เธอได้เข้าใจบ้าง ว่ากุศลกรรมที่ได้กระทำแล้วในชาตินี้ บางอย่างไม่มีกำลังมาก  พอที่จะส่งผลในชาตินี้  แต่ถ้าอกุศลกรรมที่ได้กระทำแล้วในอดีต  มีกำลังมากกว่าก็จะส่งผลให้ได้เสวยในชาตินี้......

กรรมดีและกรรมชั่วที่ได้กระทำแล้วนั้น ไม่สูญหายไปไหน เมื่อมีเหตุปัจจัยพร้อมแล้วที่จะส่งผล ก็จะส่งผลตามกาล ไม่มีผู้ใดกำหนดได้ว่า  เมื่อไร ตอนไหน....เธอก็พอจะเข้าใจและสงบลงบ้าง   ชีวิตของนิ่มเริ่มตกต่ำลำบากแบบสุด ๆ อย่างไม่เคยมีมาก่อน  แฟนที่คิดว่าจะตกลงร่วมชีวิตด้วยกัน  ก็มาบอกปฏิเสธง่าย ๆ ว่าไม่รักเธอแล้ว   งานก็ไม่มีทำ เงินจากทางประกันตกงาน  ก็ไม่พอค่าใช้จ่ายและค่าเช่าที่พัก เพื่อนฝูงพากันหลบหน้าหนี กลัวเธอเหมือนกับว่าเห็นผีเมื่อเห็นเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะขอยืมเงิน  แล้วไม่ใช้คืน มีแมวสวย ๆ เป็นสุดที่รักอยู่ ๓ ตัว จำใจต้องแยกจากกัน  เพราะว่าไม่สามารถจะซื้ออาหารให้กินได้เหมือนเมื่อก่อน  แม้กระทั่งตนเองก็ยังต้องอด  บางวันได้กินแต่น้ำเปล่าประทังชีวิต เธอได้นำแมวทั้งสามตัวไปยกให้กับสถานที่เลี้ยงสัตว์ แล้วแต่เขาจะดูแล ทั้ง ๆ ที่เธอก็เลี้ยงมันมาร่วม ๑๐ กว่าปีแล้ว ผูกพันกันมาก อยู่ด้วยกันเหมือนแม่กับลูก

.....ในที่สุดโชคชะตาก็สงสารเธออีกครั้ง  เธอไปสมัครทำงานที่บาร์ของฝรั่ง เขาก็รีบรับไว้ทันที แต่ว่าให้ทำชั่วคราว ก็ยังดีกว่าไม่มีงานทำ เธอเป็นคนขยันและรับผิดชอบดีมาก  จนเจ้าของร้านพอใจ  เวลาผ่าน ไปได้ ๖ เดือน ก็ได้รับบรรจุทำงานประจำ ต่อมาไม่นานนัก  เธอก็ได้รับตำแห่งหัวหน้างาน  มีเงินเดือนดีชีวิตและความเป็นอยู่ดูดีขึ้น เพื่อนฝูงอุดมสมบูรณ์  ใครเห็นก็รีบตะโกนร้องทัก ใครไม่มีเงินบอกได้ขอได้ แถมโชคดีมีเด็กหนุ่มฝรั่งมาหลงรัก....ชีวิตของนิ่มโลดโผนน่าดูมากเลย  แต่ว่าดีไม่นานนัก  แล้วก็จะตกต่ำแบบสุด ๆ อีก จนเป็นที่รู้เลยว่า ไม่นานก็จะเหมือนเดิมอีก.....นิ่มเคยบอกกับฉันว่า เธอไม่อยากเล่าเรื่องปัญหาของเธอให้ฉันฟังอีกแล้ว  เพราะว่าทุกอย่างมันเหมือนเดิม  เป็นวัฏฏสงสารที่ไม่มีวันจะเป็นอย่างอื่นได้เลย  ทุกวันนี้ก็พอมีงานมีเงินใช้นิด ๆ หน่อย ๆ แทบไม่พอกิน  เพื่อนฝูงไม่มีเลย เหมือนตายจากัน แต่เธอก็อยู่ได้ทนได้กับภาวะเช่นนี้  เพราะว่าอยู่กับธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เลิกงานมาก็กลับบ้านฟังธรรม  แล้วก็หลับไปกับพระธรรม งานก็มีทำแบบชั่วคราวเพราะงานที่บาร์นั้นเจ้าของเขาเจ๊งไปแล้ว  เธอก็กลับไปของานที่ร้านไทยแห่งเดิมทำ เขารู้จักเธอดี  จึงให้งานทำแบบชั่วคราว  ตอนนี้เธอมีอายุมากแล้ว  ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำงานหนัก ๆ  และไม่คล่องตัวจึงมีปัญหาในการทำงานเสมอ  เธอบอกว่าเดี๋ยวนี้ถึงจะทุกข์ยากอย่างไร  ก็จะไม่ขอฆ่าตัวตาย จะขออยู่ดู "ชะตากรรม"  ของตน จนกว่าชีวิตจะหาไม่.....ฉันก็พลอยดีใจกับความคิดในแง่บวกของเธอ ขอให้เธอจงเป็นผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งต่อสู้กับอุปสรรค์และโลกธรรมต่อไป ด้วยจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระธรรมเถิด

ท่านผู้อ่านค่ะ  บทความนี้ก็คงจะต้องขอยุติเพียงแค่นี่  หวังว่าทุกท่านคงจะได้รับสาระประโยชน์พอสมควร จากตัวอย่างชะตากรรมของสาวนิ่มผู้ทุกข์แต่ไม่ทิ้งธรรมผู้นี้....ขอทุกท่านจงเป็นผู้ไม่ขัดสนเสบียงไว้เลี้ยงตัวในภายหน้านะคะ

                                                                   ................................................